วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555

นครศรี..ที่..เขารามโรม ๓ (สดชื่น รื่นเริงบนเขารามโรม)

เมื่อลงจากรถมาแล้ว ลมเย็นๆพัดมาสัมผัสหน้า มีละอองหมอกเห็นเป็นไอจางๆ สดชื่นมากกกก  ขอบอก !!!
เราช่วยกันขนของเข้าบ้าน บ้านหลังนึงมีเตียง ๒ เตียง หมอน ๓ ใบ ผ้าห่ม ๓ ชุด ดูๆแล้วสะอาดสะอ้านดี ห้องน้ำ..เขารองน้ำไว้ให้ ๒ ถังใหญ่ๆ แต่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นนะคะ
บริเวณนั้นมีบ้านหลายหลัง ที่เราจะพัก เป็น ๒ หลังที่อยู่คู่กัน แล้วมีกระจัดกระจายห่างๆกันออกไปอีก น่าจะรองรับนักท่องเที่ยวได้มาก ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องน้ำ  นี่ค่ะ รูปบ้านที่พัก


ส่วนอาหารขนมาวางไว้ที่ระเบียงชมวิว กะว่าเราจะทานข้าวเย็นที่นี่กัน กินข้าวเคล้าสายลมแสงจันทร์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ขึ้นมาด้วย เข้าไปดูแลเรื่องน้ำ ไฟ แล้วช่วยต่อโยงสายไฟออกมาให้ที่ระเบียงชมวิวด้วย ได้ยินคุยกันกับน้องๆ ว่าทานข้าวตรงนี้ได้ แต่ให้ระวัง...ระวังอะไรสักอย่างฟังไม่ทัน หันไปถาม เขาส่งยิ้มมาพร้อมบอกว่าให้ระวังม้าจะมาคุ้ยอาหารไปกิน
เอ๋อ.. (0,0)' บนนี้มีม้าด้วยเหรอ อึ้ง คิดอยู่ในใจแว๊บนึง ถึงได้ปิ๊งๆขึ้นมาได้ว่า..หมาน่ะ หมา  ๕๕๕๕


เก็บของเสร็จก็ไปกันเถอะ ป้านะ ใจริกๆจะขึ้นไปชมวิวข้างบนแล้ว ต้องเดินขึ้นไปอีกไม่ไกล ไม่ถึงกิโล น่าจะสัก ๕-๖๐๐ เมตร (ป้าถึงเดินไหว อิอิ)
ดูบรรยากาศตอนบ่าย ๔ โมงสิคะ หมอกลงแล้ว อากาศเย็นสบายจริงๆ ใครจะคิดว่าจะมาเจออากาศแบบนี้ ในประเทศไทย ตอนเดือนพฤษภาคม ป้าอยู่กรุงเทพ ร้อนจนแสบผิวทุกวัน มาเจออากาศดีๆที่นี่ จึงดี๊ด๊ามากเป็นพิเศษ แล้วก็รู้สึกว่าอากาศที่นี่บริสุทธ์มาก
สำหรับยามในรูปตัวนั้น ทำหน้าที่ดีมากค่ะ เข้าใจว่าเธอจะประจำการอยู่ที่สถานี ช่อง ๕ เธอคอยเฝ้าดู และเตือนพวกเราเวลาเดินผ่านทุกครั้ง ว่าอย่ารุ่มร่าม !


สองข้างทางจะมีต้นไม้เขียวชอุ่ม หน้าตาแปลกๆ โดยเฉพาะ"ต้นมหาสดำ"  ในภาพข้างล่าง จะเห็นต้นมหาสดำอยู่ทางขวามือ ที่สูงๆคล้ายๆมะพร้าวน่ะค่ะ ส่วนด้านซ้ายสังเกตเห็นเสาส่งสัญญาณโทรทัศน์ ๒ เสาไหมคะ น่าจะพอเห็นเสานึงรางๆ เข้าใจว่าของช่อง ๓ ส่วนของช่อง ๙ อยู่ถัดเข้ามากลางภาพ

ดูต้นมหาสดำให้ชัดๆ สวยนะคะ ต้นมหาสดำเป็นต้นไม้ในตระกูลเฟิร์น เป็นไม้โบราณเกิดขึ้นมาเมื่อหลายร้อยล้านปีแล้ว เขาว่าเป็นอาหารของไดโนเสาร์นะ ปัจจุบันหายาก จะพบแต่ในป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น ป้าเคยเห็นมาก่อนครั้งเดียว ที่ป่าแถวนบพิตำ กรุงชิง ก็..เทือกเขาหลวง เทือกเขาเดียวกับเขารามโรมนี้แหละค่ะ แต่ได้ยินว่าป่าทางภาคเหนือก็มีอยู่ค่ะ  (ว่างๆจะไปหยิบเพชรพระอุมามาอ่านใหม่ อยากรู้ว่าป่าดงดิบที่คุณรพินทร์พาคณะนายจ้างไปเจอไดโนเสาร์นั้น มีต้นนี้มั้ย ^^)


ไม่ได้มีอะไรพิเศษกับช่อง ๓ นะคะ แต่เป็นสถานีแรกที่เดินถึง เลยหยุดพักถ่ายรูปแก้เหนื่อยน่ะค่ะ คริคริ พอขึ้นไปถึงสถานีช่อง ๗ ซึ่งอยู่สูงสุด ยืนดูตรงจุดชมวิว ปรากฎว่าหมอกเต็มไปหมด เราเลยถ่ายรูปเล่นกันไปก่อน สักพัก ฟ้าจึงเปิด  โอยยยแม่เจ้า โชคดีของเราจัง สวยยยยยย




จุดชมวิวนี้ ที่จริงมีอยู่บริเวณหน้าสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๗ แต่เขาใจดีให้เราขึ้นไปบนดาดฟ้าของเขาได้ จะเห็นชัดกว่า แล้วบนดาดฟ้าเขา ก็ยังมีหลังคาห้องดาดฟ้าที่ต้องไต่บันไดขึ้นไปอีก ป้าก็หาเรื่องใส่ตัว ลองปีนดู ขาขึ้นก็แบบขาสั่นๆ ขึ้นไปแล้ว ต้องรีบนั่ง เพราะลมแรงมากกกกกก เริ่มคิดว่า ตูจะปีนขึ้นมาทำไมฟระ >"< แล้วจะลงยังงัยล่ะ กลัวอะ ร้อนถึงน้องๆต้องปีนขึ้นมาเป็นเพื่อน ขาไต่บันไดลง ยิ่งน่ากลัวกว่าตอนขึ้นอีก ไม่ควร..ไม่ควรจริงๆ..

ถ่ายรูป ชมวิวกันจนหนำใจแล้ว เราก็ค่อยๆกลับมาบ้านพัก ลมเริ่มแรงขึ้น อากาศก็เย็นลง ทำรัยดีล่ะ จะอาบน้ำดีมั้ย แต่น้ำในถังเย็นเจี๊ยบเลย ขนาดยังไม่ ๖ โมงดีเลยนะ  มองหน้ากันไปมา เอ้า ซักก็ซักด้วยกันนะ...ซักแห้งน่ะค่ะ หุหุ


อากาศมันหนาวอะ ไม่ได้เอาเสื้อหนาวมาด้วย น้องเขาบอกล่วงหน้าแล้วว่า ให้เตรียมเสื้อหนาวมา อากาศสิบกว่าองศา แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ (ขี้เกียจหิ้วมาให้หนักเองแหละ ไม่ใช่อะไรหรอก)
คิดว่าอุณหภูมิน่าจะประมาณ ๑๕ องศาได้กระมัง แถมลมแรงอีก  บรื้ออออ (แถวบ้านพักสัญญาณโทรศัพท์อ่อนมาก สัญญาณเน็ตไม่มีเลย ไม่งั้นจะเช็คดูว่ากี่องศา)

เมนูอาหารเย็นค่ะ คั่วกลิ้ง หมูคั่วเค็ม ไก่ต้มขมิ้น...หร้อยมากค่า บรรยากาศการกินก็สนุก ต้องห่มผ้าใส่หมวกกินข้าว (สม! อยากไม่ติดเสื้อหนาวมา) แล้วต้องจับช้อนกะจานเอาไว้ตลอด ไม่งั้นปลิวค่า ๕๕๕๕ แก้วน้ำ พอน้ำหมด วางปั๊บ กลิ้งหลุนๆๆๆ ต้องคอยตามเก็บ ฉะนั้น ไอ้ที่คิดว่าจะนั่งกินข้าว ชมจันทร์ไปเรื่อยๆ ต้องเปลี่ยนแผน เป็นหอบของกลับไปที่บ้านพักแทน (หมายถึงถ้วยกระดาษนะคะ ไม่ใช่ถ้วยแก้ว เพราะถ้วยแก้ว เขาเอาไว้กินน้ำสี ส่วนน้ำเปล่าเค้าให้กินกับถ้วยกระดาษ ^^)


แล้วก็ต้องหามุมที่ลมไม่พัดเข้าบ้าน เปิดประตูรับอากาศ ตัวนั่งกันอยู่ในบ้าน จะได้ไม่หนาวมาก คืนนี้อากาศโปร่ง มองไปเห็นแสงไฟวิบๆที่ตัวเมืองทุ่งสงได้ด้วย
นั่งคุยกันเพลินๆ เผลอแป๊บเดียว จะเที่ยงคืนแล้ว ตั้งใจจะออกมาดูพระจันทร์ตอนห้าทุ่มเศษๆ เพราะเป็นช่วงที่พระจันทร์ใกล้โลกที่สุด คืนนี้ เป็นคืน Super Moon ค่ะ พระจันทร์สว่างมากทีเดียว


ขอจันทร์...

ชมจันทร์กันแล้ว กลับมานั่งคุยกันต่อให้ท้องร้อง น้องเลยจัดการทำข้าวต้มไก่ ใช้น้ำซุปจากไก่ต้มขมิ้นนั่นแหละ อร่อยจริงๆ ข้าวต้มร้อนๆ อากาศเย็นๆ อิ่มแล้ว...หลับสบาย
z.....
zz.....
zzz.....
zzzz.....
zzzzz.....



ลืมตาตื่นมาประมาณ ๖ โมงเศษๆ เห็นแสงสว่างสอดลอดช่องกรอบประตูเข้ามา เลยกระวีกระวาดลุกขึ้น โผล่หน้าออกไปดู วิวนี้แหละค่ะ ที่ได้เห็นตรงหน้าห้องพัก (ช่างต่างจากวันทำงานจริงๆ ที่พอตื่นแล้ว ก็จะบอกตัวเองว่า ขออีกครึ่งชั่วโมงน๊า...)

เช้านี้ ลมไม่แรง ล้างหน้าแปรงฟันออกมานั่งชมวิวที่ระเบียงนิ่งๆ  ...ว่าง...ดีจังค่ะ

หลังจากที่กินกาแฟกันเรียบร้อย เราก็เดินขึ้นไปดูฟ้ากันอีกรอบ เพื่อที่จะพบว่า ลมไม่แรงนี้ ทำให้เราเห็นแต่หมอกขาวไปหมด ฟ้าไม่เปิดน่ะค่ะ

ถ่ายรูปเล่นกันไปเรื่อยๆ เพราะถึงฟ้าไม่เปิด แต่อากาศแบบนี้ ก็หาไม่ได้ในเมืองหรอกน๊า

หนุ่มๆออกกำลังกายตะเช้า ^_____^


พอสาย ฟ้าก็จะเริ่มเปิดขึ้นมาหน่อย ทางสถานีช่อง ๗ เขาก็น่ารัก ลุกมาเปิดประตูให้เราขึ้นไปดูวิวบนดาดฟ้าเขาตะเช้าด้วย ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันอาทิตย์...ขอบคุณนะคะ

หอบขาตั้งกล้องมาจากกรุงเทพ...ใช้ซะหน่อย อิอิ ทั้งทริปได้ใช้แค่นี้แหละ


เรานัดเขาให้ขึ้นมารับประมาณ ๙ โมงเช้า เลยกลับลงมาเก็บของ ไม่รอฟ้าเปิดแล้ว เพราะคงจะต้องสายๆ ฟ้าที่ได้เห็นเมื่อวาน กับอากาศแบบนี้ ก็คุ้มแล้ว กับการดั้นด้นมา
มีเวลาเหลือ ป้าเลยตัดสินใจลองอาบน้ำสระผมดู ก็แหม..เขาอุตส่าห์รองน้ำไว้ให้ใช้ เราก็ควรจะฉลองศรัทธาเขาสักหน่อย ขนาดจะ ๙ โมงแล้ว น้ำยังเย็นเชี๊ยบบบบบ อาบแล้วเลือดลมสูบฉีดเชียว ๕๕๕๕

อา...ถึงเวลาต้องกลับลงไปแล้ว ถ่ายรูปหมูๆเป็นที่ระลึกกันสักหน่อย เรามีความสุขกันที่..เขารามโรม..เนาะ ^^

และอากาศดีแบบนี้ ไม่นั่งในรถแล้ว ท้ายกระบะดีกว่า เห็นวิวชัดด้วย

ถ้าใครไม่รังเกียจบ้านพักธรรมดาๆ ไม่หรูหรา ยอมลำบากกับการเตรียมของขึ้นมาหาทานกันเอง ไม่มี room service ไม่มี Internet  ก็อยากให้ลองขึ้นมาเที่ยวกันดูค่ะ
เราอาจไม่ได้เห็นวิวสวยสุดใจของทะเลหมอก เพราะเป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่ไม่สามารถกดปุ่มเปิดปิดตามใจเราได้ แต่อากาศดีๆ บริสุทธิ์ๆแบบนี้  กับต้นไม้ใบหญ้าหน้าตาแปลกๆ  และวันเวลาที่ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องถูกเร่งเร้าจากสิ่งรอบข้าง..มีเวลาให้กับคนข้างๆมากกว่าปกติ แค่นี้ก็น่าจะคุ้มค่าการเดินทางแล้วนะคะ

ขอทิ้งท้ายเขารามโรมด้วยดอกไม้ใบหญ้าที่นี่ค่ะ (หากใครอยากเห็นภาพเขารามโรมสวยสุดใจ ลองแอดเป็นเพื่อน FB กับคุณ "เขารามโรม ร่อนพิบูลย์" ดูค่ะ)


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น