วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ภูกระดึง...ครั้งหนึ่งในชีวิต


"เขาภูกระดึงเสน่ห์ตรึงใจจริง สัณฐานเหมือนกระดิ่งทับหล้า

สูงล้ำดังค้ำนภา สูงลิ่วทิวทัศน์ตื่นตา

สวยกว่าเทวาสรรสร้าง หนทางขึ้นลงไม่เรียบแต่ชวนเพลิน

เห็นเนินซ้อนเนินลดหลั่นสล้าง น้ำใสตกไหลเป็นทาง

ไหลพุ่งจากสูงสุดทาง ไหลหลั่งพื้นล่างสุธา...."

(เพลงภูกระดึง คำร้อง แก้ว อัฉริยะกุล ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2493 โดย คุณมัณฑนา โมรากุล)

ภูกระดึง...เพื่อนๆเคยชวนไปสมัยเรียนจุฬา แต่ไม่ได้ไป ติดว่าพ่อนัดให้ไปดูงานที่โรงงานสัปปะรดกระป๋องที่ต้องเอามาทำรายงานส่ง (ไม่รู้พ่อไม่อยากให้ไป เลยนัดตรงวันที่เพื่อนจะไปเที่ยวรึเปล่าก็ไม่รู้ อิอิ)

 ที่ได้ไปครั้งนี้ ต้องขอบคุณพี่สุทัศน์ แห่งลูกหมูทัวร์ที่มาชวน ตอนนั้นคิดหนักอยู่ จะไปดีไหม ปาเข้าไป 36 แล้ว จะปีนเขาไหวเหรอ แต่ก็ตัดใจไป เพราะถ้าไม่ไป คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว จึงเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต

จำได้ว่า..นั่งรถตู้กันไปกลางคืน หลับๆตื่นๆไปตลอด ไปถึงที่นั่นเช้า รอจัดเรื่องลูกหาบสักพัก ก็ได้เวลาเดินขึ้นเขา โอ้...แม่เจ้า !!  ลูกจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่หรือไร ยังไม่ต้องถึงซำแฮ่ก ซำรัย ก้อจะเป็นลมแล้ว ฟ้าเหลืองไปเลย ได้เพื่อน ได้น้องๆที่เพิ่งรู้จัก ช่วยพยาบาลพัดวี นอนสักพัก ถึงมีปัญญาพาร่างน้อยๆเดินต่อไปได้ ค่อยๆเคลื่อนย้ายร่างไปตามทาง แวะกินน้ำนั่งเล่นมันซะทุกซำ เห็นคุณย่าคุณยายนุ่งผ้าถุง ถือไม้ยันพื้น เดินแซงไปฉับๆ กว่าเราจะขึ้นไปถึงก็บ่ายแระ ไม่ต้องนับนะว่ากี่ชั่วโมง 5555


 พี่สุทัศน์จองบ้านไว้ มีหลายห้องนอน นอนรวมกันห้องละ 4-5 คน จำได้ว่ากลางคืนอากาศเย็น ออกมานอนดูดาวกัน ดาวพราวเต็มฟ้า มองเห็นชัดมากเลย (ไม่ได้นอนเต้นท์ ก็ขอถ่ายรูปสักหน่อย ^^) 


กิจกรรมบนนั้น ก็คงเหมือนๆกันทุกคน ตื่นแต่เช้ามืดไปรอดูพระอาทิตย์ขึ้น ทางมืดๆ คนเป็นร้อยเป็นพัน เดินตามกันไปเป็นขบวน มุ่งหน้าไปผานกแอ่น(เข้าใจว่าอย่างนั้นนะ) รอลุ้นกันว่า ตะวันจะงามแจ่มสักแค่ไหน เสร็จแล้วก็แยกย้ายกันกลับที่พัก กินอาหารเช้า แล้วก้อออกเดินเที่ยวภูกัน ของป้าจำได้ว่า เราตั้งใจเดินไปผาหล่มสัก ตอนแรกๆก็เดินไปเป็นขบวนใหญ่ ไปๆมาๆ เหลือกันไม่ถึงสิบคน มีสุภาพบุรุษคุ้มครองตั้ง 1 คนแน่ะ เข้าใจว่ากลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มขาสั้น แวะเวียนดูนั่นนี่ ถ่ายรูปกันตลอดเวลา มีวิวไม่มีวิว ฉันก็จะถ่าย...ถ้าเป็นยุคนี้ คงช้ากว่านี้อีก เพราะไม่ต้องเสียดายฟิล์ม 555



จำไม่ได้ว่า ทำไมเราเดินกันไปถูก ไม่มีหลงก็ไม่รู้ บนภูกระดึงนี้ นอกจากวิวจะสวยแล้ว ธรรมชาติยังแปลกตากว่าที่เราเคยเห็นที่ภาคพื้นดิน ต้นสนต้นไม้ต้นหญ้าแปลกตา ลักษณะต้นสวยๆ มีหินรูปทรงแปลก เดินกันไม่มีเหนื่อย 



ที่ผาหล่มสัก จุดที่พลาดไม่ได้นั้น คนเข้าคิวรอถ่ายรูปกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย มาคิดดูตอนนี้ มันอันตรายมากนะ เกิดเด็กวัยรุ่นแหย่กันเล่น มีสิทธิ์ร่วงลงไปได้ง่ายๆ ตอนป้าเข้าไปถ่ายกะเพื่อน 2 คน ต้องเดินเข้าไปแล้วลงนั่ง ขาสั่นๆเอาการนะ ถ้าไม่อายสายตาประชาชน จะลงคลานเข้าไปแล้ว 5555

ขากลับ พวกเราเริ่มขาลากกันแล้ว แหม...ก็เดินกันมาทั้งวันแล้วนี่นะ มีรถอีแต๋นผ่านมา เลยขอนั่งรถติดไปด้วย หวังว่าจะเร็วกว่าเดิน ที่ไหนได้ อัตราความเร็วพอกันแหละ ไม่แตกต่างเท่าไหร่ เลยขอติดรถพี่เขาไปช่วงนึง พอแค่หายเมื่อยเท่านั้น

เวลาผ่านมานาน พยายามนั่งนึกว่า ได้ไปจุดไหนบนภูกระดึงอีกบ้าง ก็นึกไม่ออก แต่ที่แน่ๆคือ ไม่ได้ไปน้ำตก ไม่ได้ไปดูใบเมเปิ้ลแดง ชีวิตนี้คงไม่ได้เห็นแล้ว เพราะตอนนี้เดินขึ้น 3 ชั้นก็เริ่มหอบซะแล้ว (ไว้ไปดูที่ญี่ปุ่นแทนละกัน อิอิ) ขากลับลงมาไม่มีปัญหาเหมือนขาขึ้น กลับมาถึงบ้าน ไม่ยักปวดขา เท้าบวม เหมือนที่ใครๆขู่ไว้ก่อนไป ไม่รู้เดินน้อยหรือรัย ^^



นับเป็นทริปที่ประทับใจมากๆๆ เรื่องสถานที่ไปประทับใจก็เรื่องนึง แต่ที่พิเศษคือ ประทับใจเพื่อนร่วมทาง เพื่อนที่ไปด้วยกันนั้น เป็นคนน่ารักอยู่แล้ว ยิ่งน่ารักขึ้นไปอีก สำหรับเพื่อนร่วมทางใหม่ ที่เพิ่งรู้จักนั้นก็น่ารักมากๆ ช่วยเหลือพี่อ้วนๆ(ตอนนั้นยังไม่เป็นป้า 55) เป็นอย่างดี เป็นทริปที่ประทับใจในน้ำใจเพื่อนร่วมทางเป็นอย่างยิ่ง มิน่าล่ะ สมัยเรียนเขาถึงว่าไปภูกระดึงแล้ว คนไม่มีแฟนจะได้แฟนกลับมา คนมีแฟนอาจเลิกกะแฟน อิอิ (แม้แต่ทริปที่ป้าไม่ได้ไปกับเพื่อนๆนั่นก็เหมือนกัน กลับจากภูกระดึง เพื่อนคู่นึงก็มาแอบเดินจูงมือกันข้ามถนน เสียดายจริงจริ๊งงง 5555)


นี่แหละ ชีวิตหนึ่งถึงต้องไปภูกระดึงให้ได้สักครั้ง ^^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น